คนกรุงฯและปริมณฑล เราต้องช่วยกันอย่างจริงจังแล้ว

Sharing is caring!

นายชวลิต จันทรรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีมกรุ๊ป ผู้เชี่ยวชาญด้านบริหารจัดการน้ำ ได้โพสผ่านเฟบุ๊คส่วนตัวถึงข้อกังวลต่อสถานการณ์ฝุ่นPM2.5 ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ กทม.และปริมณฑลไว้น่าสนใจผมดูจากแผนที่ลมแล้ว กว่าจะมีลมใต้พัดมากันอย่างจริงจังก็ตั้งแต่วันที่ 3 ก.พ. เป็นต้นไป ดังนั้นคาดว่าชาวกรุงเทพฯและปริมณฑลเราจะต้องเผชิญกับ สภาวะฝุ่น และควันที่ชาวเราสร้างขึ้นเอง และสะสมเพิ่มมากขึ้นทุกวัน และไม่มีลมตามธรรชาติใดๆ มาช่วยพัดพาฝุ่นและควันให้กระจายตัวออกไปได้

ดังนั้น ในสัปดาห์หน้า วันที่ 28 ถึง 1 ก.พ. 2562 นี้ ชาวกทม. และปริมณฑล จึงต้องป้องกันตัวเองได้แก่

1. งดกิจกรรมในพื้นที่โล่ง และไม่เข้าไปในพื้นที่ฝุ่นละอองมีค่ามาก หากมีความจำเป็น จะต้องใส่หน้ากากกันฝุ่น PM 2.5 อย่างถูกวิธี
2. ลดการใช้รถยนต์ส่วนตัว หันไปใช้รถสาธารณะ
3. ไม่ทำการเผาสิ่งใดๆ ไม่ว่ากรณีใดๆ

ส่วนทางราชการ ก็ควรจะใช้พระราชบัญญัติการสาธารณสุข และพระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หรือกฎหมายอื่นๆ เพื่อแก้ไข ควบคุมพื้นที่หรือควบคุมแหล่งกำเนิดมลพิษ ซึ่งก่อให้เกิดเหตุรำคาญต่อประชาชนกันได้แล้ว อย่างน้อยเริ่มจาก:

(1) มีการตรวจจับ รถที่มีควันดำกันอย่างเข้มงวด ในทุกพื้นที่
(2) ควบคุมและ ลดฝุ่นในพื้นที่ก่อสร้างต่างๆ กันอย่างจริงจังด้วย
(3) ใช้มาตรการ ในภาวะวิกฤติกันได้แล้วครับ เราอยู่ในสภาวะวิกฤติกันมากว่า 30 วันแล้วนะครับ

ข้อมูลประกอบ:

(1) กรมควบคุมมลพิษรายงานสถานการณ์วันที่ 26 ม.ค. 2562 ว่า ค่าฝุ่นละออง PM 2.5 ของพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล อยู่ที่ 53 ถึง 121 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งเพิ่มขึ้นจากเมื่ิอวันที่ 25 ม.ค. โดยมีค่าฝุ่นละอองที่เกินค่ามาตรฐาน มีผลกระทบต่อสุขภาพ (คือค่ามากกว่า 50) ในพื้นที่ริมถนน 24 แห่ง ในพื้นที่ทั่วไป 17 แห่ง
(2) อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยาแจ้งว่า ช่วงวันที่ 29 ถึง 31 ม.ค. หย่อมความกดอากาศสูงจะมีกำลังอ่อนลง และภูมิอากาศจะเริ่มเปลี่ยนจากฤดูหนาวเข้าสู่ฤดูร้อน อากาศจะนิ่ง
(3) อธิบดีกรมฝนหลวงฯ แจ้งว่า ที่ระะดับสูง 5,000 เมตร มีความชื้นเพียง 30% และดัชนีการยกตัวเป็นเมฆเป็น +13.4 โอกาสที่จะสร้างเมฆทำฝนเทียมจึงแทบจะเป็นไปไม่ได้

Please follow and like us: